1บทนำ
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นผู้พัฒนาและให้บริการแอปพลิเคชัน AR-AI อ่านเขียนไทย ภายใต้โครงการ "AR+AI อ่าน เขียน เรียนสนุก" ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่บูรณาการเทคโนโลยี AR Flashcard, Speech Recognition และ AI Adaptive Learning เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านการอ่านและการเขียนในโรงเรียนเรียนรวม
แอปพลิเคชัน AR-AI อ่านเขียนไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการจัดการเรียนรู้รายบุคคล ช่วยให้นักเรียนสามารถฝึกอ่าน ฝึกเขียน ฝึกออกเสียง จดจำคำศัพท์ และเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่เหมาะสมกับระดับความสามารถของตนเอง ขณะเดียวกันยังช่วยให้ครู ผู้ปกครอง ศึกษานิเทศก์ โรงเรียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตาม ประเมิน และส่งเสริมพัฒนาการด้านการอ่านและการเขียนของนักเรียนได้อย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ
เนื่องจากการให้บริการของแอปพลิเคชันอาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียน ข้อมูลพัฒนาการด้านการอ่านและการเขียน ข้อมูลเสียงจากการอ่านออกเสียง ข้อมูลพฤติกรรมการเรียนรู้ ข้อมูลความบกพร่องทางการเรียนรู้ และข้อมูลอื่นที่อาจมีความละเอียดอ่อน ผู้ให้บริการจึงให้ความสำคัญสูงสุดกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความปลอดภัยของข้อมูล และการใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ
นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อแจ้งให้ผู้ใช้งาน ผู้ปกครอง ผู้แทนโดยชอบธรรม ครู ศึกษานิเทศก์ โรงเรียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบถึงแนวทางการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย เก็บรักษา และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
หากผู้ใช้งาน ผู้ปกครอง หรือผู้แทนโดยชอบธรรมไม่ยินยอมหรือไม่ประสงค์ให้มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายนี้ ผู้ให้บริการอาจไม่สามารถให้บริการบางส่วนหรือทั้งหมดของแอปพลิเคชันได้ เนื่องจากข้อมูลบางประเภทมีความจำเป็นต่อการฝึกอ่าน ฝึกเขียน การประมวลผลเสียง การปรับกิจกรรมการเรียนรู้ และการติดตามพัฒนาการรายบุคคล
2คำนิยาม
เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน คำต่อไปนี้ให้มีความหมายดังนี้
"แอปพลิเคชัน" หมายถึง แอปพลิเคชัน AR-AI อ่านเขียนไทย บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ระบบบริหารจัดการหลังบ้าน ระบบ AR Flashcard ระบบ Speech Recognition ระบบ AI Adaptive Learning ระบบติดตามและประเมินผลรายบุคคล ระบบรายงานผล และบริการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
"ผู้ให้บริการ" หมายถึง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ/หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้พัฒนา บริหารจัดการ หรือให้บริการแอปพลิเคชัน
"ผู้ใช้งาน" หมายถึง บุคคลหรือหน่วยงานที่เข้าถึงหรือใช้บริการแอปพลิเคชัน เช่น นักเรียน ผู้ปกครอง ครู ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา เจ้าหน้าที่โครงการ ผู้ดูแลระบบ หรือผู้เกี่ยวข้องอื่น
"นักเรียน" หมายถึง นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาที่เข้าร่วมโครงการหรือใช้แอปพลิเคชัน
"ผู้ปกครอง" หมายถึง บิดา มารดา ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้ดูแล หรือบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมายในการให้ความยินยอมแทนนักเรียน
"ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
"ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว" หมายถึง ข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนและอาจกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพ หรือศักดิ์ศรีของบุคคล เช่น ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลความบกพร่องทางการเรียนรู้ ข้อมูลพัฒนาการ ข้อมูลพฤติกรรม ข้อมูลเสียง ภาพ วิดีโอ หรือข้อมูลอื่นที่กฎหมายกำหนด
"AR Flashcard" หมายถึง สื่อบัตรคำหรือกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง เพื่อช่วยให้นักเรียนเรียนรู้คำศัพท์และการอ่านผ่านภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว หรือองค์ประกอบดิจิทัล
"Speech Recognition" หมายถึง เทคโนโลยีรู้จำเสียงพูดหรือเสียงอ่านของนักเรียน เพื่อใช้ประเมินการออกเสียงของนักเรียนแบบเรียลไทม์
"AI Adaptive Learning" หมายถึง ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการเรียนรู้ของนักเรียน และปรับระดับเนื้อหา แบบฝึก กิจกรรม หรือข้อเสนอแนะให้เหมาะสมกับความสามารถและความต้องการจำเป็นของนักเรียนแต่ละคน
3กลุ่มเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ใช้งานของแพลตฟอร์ม ARAI อาจแบ่งออกได้เป็นหลายกลุ่ม ได้แก่
- นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาที่มีความบกพร่องทางการอ่านและการเขียน
- ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
- ครูการศึกษาพิเศษ ครูประจำชั้น หรือบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนเรียนรวม
- ศึกษานิเทศก์ที่ดูแลกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยหรือการศึกษาพิเศษ
- โรงเรียนเรียนรวม สถานศึกษา หรือหน่วยงานต้นสังกัด
- ผู้ดูแลระบบและเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค
- วิทยากร ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย หรือที่ปรึกษาโครงการ
- บุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการแพลตฟอร์ม
ผู้ใช้งานแต่ละกลุ่มอาจมีสิทธิในการเข้าถึงและใช้งานฟังก์ชันของแอปพลิเคชันแตกต่างกันตามบทบาท หน้าที่ และเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด
4การบริการและการทำงานของแอปพลิเคชัน
แอปพลิเคชัน AR-AI อ่านเขียนไทย มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ในโรงเรียนเรียนรวม โดยออกแบบการทำงานผ่านบริการหลักดังต่อไปนี้
4.1 สื่อการเรียนรู้ผ่าน AR Flashcard
แอปพลิเคชันให้บริการสื่อการเรียนรู้ผ่าน AR Flashcard สำหรับพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย เช่น การเรียนรู้พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ คำศัพท์ การสะกดคำ การอ่านคำ การเชื่อมโยงภาพกับคำ และการจดจำรูปคำ โดยใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง เสริมความสนใจ การมีส่วนร่วม และแรงจูงใจในการเรียนรู้ของนักเรียน
4.2 ระบบ Speech Recognition เพื่อฝึกอ่านออกเสียง
แอปพลิเคชันอาจใช้เทคโนโลยี Speech Recognition เพื่อรับ บันทึก ประมวลผล และวิเคราะห์เสียงอ่านของนักเรียน
4.3 ระบบ AI Adaptive Learning
แอปพลิเคชันอาจใช้ระบบ AI Adaptive Learning เพื่อวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ แล้วปรับเนื้อหา แบบฝึก หรือกิจกรรมให้เหมาะกับนักเรียนแต่ละคน
4.4 ระบบติดตามและประเมินผลรายบุคคล
แอปพลิเคชันจัดให้มีระบบติดตามและประเมินผลพัฒนาการรายบุคคล เพื่อให้ครูและผู้ปกครองสามารถดูผลการฝึกอ่าน การฝึกเขียน ความก้าวหน้าในการทำกิจกรรม ประวัติการใช้งาน คะแนน แบบฝึก และรายงานผลที่เกี่ยวข้องกับทักษะการอ่านและการเขียนของนักเรียน
4.5 แอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่
แพลตฟอร์มอาจให้บริการผ่านแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่รองรับระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อให้ครู นักเรียน และผู้ปกครองสามารถเข้าถึงกิจกรรมการเรียนรู้และระบบติดตามผลได้สะดวกยิ่งขึ้น
4.6 ระบบรายงานผลและข้อเสนอแนะ
แพลตฟอร์มอาจจัดทำรายงานผลการเรียนรู้ รายงานพัฒนาการด้านการอ่านและการเขียน เพื่อสนับสนุนการวางแผนการจัดกิจกรรม การช่วยเหลือรายบุคคล และการสื่อสารระหว่างครู ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้อง
5ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจเก็บรวบรวม
ผู้ให้บริการจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการ การฝึกทักษะการอ่านและการเขียน การติดตามพัฒนาการ การประเมินผล และการดำเนินโครงการ โดยอาจรวมถึงข้อมูลดังต่อไปนี้
5.1 ข้อมูลของนักเรียน
- ชื่อ นามสกุล หรือรหัสประจำตัวนักเรียน
- อายุ วันเดือนปีเกิด เพศ ระดับชั้น หรือช่วงวัย
- ข้อมูลโรงเรียน ห้องเรียน จังหวัด เขตพื้นที่การศึกษา หรือหน่วยงานต้นสังกัด
- ข้อมูลระดับความสามารถด้านการอ่าน การเขียน การสะกดคำ การรู้จำคำ การอ่านออกเสียง และการเข้าใจความหมาย
- ข้อมูลผลการทำกิจกรรม แบบฝึก คะแนน ความก้าวหน้า ระยะเวลาในการเรียนรู้ และประวัติการใช้งานสื่อ
- ข้อมูลจากการใช้ AR Flashcard เช่น กิจกรรมที่ใช้งาน คำที่ฝึก จำนวนครั้งในการฝึก ความถูกต้อง และระดับความสำเร็จ
- ข้อมูลเสียงอ่านหรือเสียงพูดของนักเรียนที่ใช้ในระบบ Speech Recognition เฉพาะเท่าที่จำเป็นและได้รับความยินยอมตามที่กฎหมายกำหนด
- ข้อมูลผลการวิเคราะห์เสียง
- ข้อมูลพฤติกรรมการเรียนรู้ เช่น ความถี่ในการใช้งาน ความสนใจ รูปแบบการตอบสนอง การมีส่วนร่วม และความต่อเนื่องในการฝึก
- ข้อมูลที่ครู ผู้ปกครอง หรือผู้เชี่ยวชาญบันทึกเพิ่มเติมเพื่อใช้ติดตามและส่งเสริมพัฒนาการ
5.2 ข้อมูลของครูและบุคลากรทางการศึกษา
- ชื่อ นามสกุล
- ตำแหน่ง บทบาท หน่วยงาน โรงเรียน หรือสังกัด
- อีเมล หรือช่องทางติดต่อ
- ข้อมูลบัญชีผู้ใช้งาน เช่น ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่านที่เข้ารหัส บทบาท และสิทธิการเข้าถึง
- ข้อมูลการใช้งานระบบ การมอบหมายกิจกรรม การติดตามผล และการบันทึกข้อมูลนักเรียน
- ข้อมูลการเข้าร่วมอบรม การทำแบบทดสอบ ผลการประเมิน และการรับรองผลการอบรม
- ข้อมูลการมีส่วนร่วมในการพัฒนา ทดลองใช้ หรือประเมินนวัตกรรม
5.3 ข้อมูลของโรงเรียนหรือหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการ
- ชื่อโรงเรียนหรือหน่วยงาน
- ที่อยู่ จังหวัด เขตพื้นที่การศึกษา หรือสังกัด
- รายชื่อผู้ประสานงานหรือผู้ดูแลระบบ
- จำนวนครู นักเรียน หรือบุคลากรที่เข้าร่วมโครงการ
- ข้อมูลการใช้งานแอปพลิเคชันในระดับโรงเรียนหรือหน่วยงาน
- รายงานสรุปผลการดำเนินงาน การทดลองใช้นวัตกรรม หรือผลการใช้แอปพลิเคชัน
5.4 ข้อมูลทางเทคนิคและข้อมูลการใช้งานระบบ
- IP Address
- ประเภทอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ เบราว์เซอร์ รุ่นของแอปพลิเคชัน และรหัสอุปกรณ์
- วัน เวลา และระยะเวลาการใช้งาน
- ประวัติการเข้าสู่ระบบ การคลิก การใช้บทเรียน การสแกน AR Flashcard และการใช้ฟังก์ชันต่าง ๆ
- ข้อมูล Log การใช้งานเพื่อความปลอดภัยและการตรวจสอบระบบ
- คุกกี้หรือเทคโนโลยีที่คล้ายกัน
- ข้อมูลข้อผิดพลาดของระบบหรือข้อมูลการทำงานของแอปพลิเคชัน เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและความปลอดภัย
6ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว
เนื่องจากแอปพลิเคชัน AR-AI อ่านเขียนไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านการอ่านและการเขียน ผู้ให้บริการอาจจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว เช่น
- ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านการอ่านและการเขียน
- ข้อมูลพัฒนาการด้านการอ่าน การเขียน การออกเสียง และการเรียนรู้
- ข้อมูลพฤติกรรมการเรียนรู้หรือการตอบสนองต่อกิจกรรม
- ข้อมูลเสียงอ่านหรือเสียงพูดของนักเรียนที่ใช้ในการประมวลผลด้วย Speech Recognition
- ภาพ วิดีโอ หรือข้อมูลอื่นที่อาจใช้ประกอบการเรียนรู้หรือการประเมิน
- ข้อมูลอื่นใดที่กฎหมายกำหนดให้เป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว
ผู้ให้บริการจะดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวเฉพาะเท่าที่จำเป็น มีวัตถุประสงค์ชัดเจน ใช้มาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม และจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากผู้ปกครองหรือผู้แทนโดยชอบธรรมก่อนดำเนินการ เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้ดำเนินการได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม
7วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และประมวลผลข้อมูล
ผู้ให้บริการอาจเก็บรวบรวม ใช้ และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
- เพื่อสมัคร ลงทะเบียน ยืนยันตัวตน และจัดการบัญชีผู้ใช้งาน
- เพื่อจัดสิทธิการเข้าใช้งานแพลตฟอร์มตามบทบาทของนักเรียน ผู้ปกครอง ครู ศึกษานิเทศก์ โรงเรียน หรือผู้ดูแลระบบ
- เพื่อให้นักเรียนเข้าถึงกิจกรรม AR Flashcard แบบฝึกอ่าน แบบฝึกเขียน และกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสม
- เพื่อรับ ประมวลผล และวิเคราะห์เสียงอ่านของนักเรียนผ่านระบบ Speech Recognition
- เพื่อบันทึกผลการเรียนรู้ การทำกิจกรรม การอ่านออกเสียง การเขียน และความก้าวหน้าของนักเรียน
- เพื่อวิเคราะห์และติดตามพัฒนาการด้านการอ่านและการเขียนของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง
- เพื่อใช้ AI Adaptive Learning วิเคราะห์รูปแบบการเรียนรู้และปรับเนื้อหาหรือกิจกรรมให้เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละคน
- เพื่อจัดทำรายงานผลการเรียนรู้ รายงานความก้าวหน้า และข้อเสนอแนะสำหรับครู ผู้ปกครอง โรงเรียน หรือผู้เกี่ยวข้อง
- เพื่อช่วยครูและผู้ปกครองวางแผนการสอน การฝึกอ่าน การฝึกเขียน การสอนเสริม และการดูแลช่วยเหลือนักเรียนรายบุคคล
- เพื่อทดลองใช้ ประเมินคุณภาพ และปรับปรุงนวัตกรรมในโรงเรียนเรียนรวมนำร่อง
- เพื่อปรับปรุงคุณภาพ ความถูกต้อง ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของแอปพลิเคชัน
- เพื่อจัดทำรายงานการดำเนินงาน รายงานผลโครงการ สถิติ หรือข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยจะใช้ข้อมูลในรูปแบบรวม สรุป หรือไม่ระบุตัวตนเท่าที่สามารถดำเนินการได้
- เพื่อใช้ประกอบการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ ภายใต้มาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม
- เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อกำหนด หรือคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจ
- เพื่อป้องกัน ตรวจสอบ หรือระงับการใช้งานที่ไม่เหมาะสม การละเมิดความปลอดภัย หรือการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อนักเรียน ผู้ใช้งาน หรือระบบ
8ฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูล
ผู้ให้บริการจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยฐานทางกฎหมายที่เหมาะสม ได้แก่
- ความยินยอม โดยเฉพาะการประมวลผลข้อมูลของนักเรียน ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ข้อมูลเสียง ภาพ วิดีโอ หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความบกพร่องทางการเรียนรู้
- การปฏิบัติตามสัญญา เช่น การให้บริการแก่โรงเรียน หน่วยงาน ผู้ปกครอง หรือผู้ใช้งานที่เข้าร่วมโครงการ
- การปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายการศึกษา หรือข้อกำหนดของหน่วยงานรัฐ
- ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น การรักษาความปลอดภัยของระบบ การป้องกันการใช้งานที่ไม่เหมาะสม หรือการปรับปรุงคุณภาพบริการ โดยไม่กระทบต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูลเกินสมควร
- ประโยชน์สาธารณะหรือภารกิจด้านการศึกษา ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา การลดความเหลื่อมล้ำ และการสนับสนุนนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ
- การวิจัยหรือสถิติ เมื่อมีการใช้ข้อมูลเพื่อการวิจัย การพัฒนา หรือการประเมินผลโครงการ โดยมีมาตรการลดการระบุตัวตนและมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม
9การขอความยินยอมจากผู้ปกครองหรือผู้แทนโดยชอบธรรม
เนื่องจากผู้ใช้งานหลักของแอปพลิเคชันเป็นนักเรียนระดับประถมศึกษา ผู้ให้บริการจะขอความยินยอมจากผู้ปกครอง ผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ก่อนการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียน โดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ข้อมูลเสียง หรือข้อมูลเกี่ยวกับความบกพร่องทางการเรียนรู้ เว้นแต่กฎหมายอนุญาตให้ดำเนินการได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม
การขอความยินยอมจะกระทำโดยแจ้งรายละเอียดให้ชัดเจน เข้าใจง่าย และเหมาะสมกับบริบทของผู้ปกครอง โดยระบุอย่างน้อยถึงวัตถุประสงค์ ประเภทข้อมูลที่เก็บรวบรวม ระยะเวลาการเก็บรักษา ผู้ที่อาจได้รับข้อมูล สิทธิของเจ้าของข้อมูล และช่องทางการถอนความยินยอม
ผู้ปกครองหรือผู้แทนโดยชอบธรรมสามารถถอนความยินยอมได้ตามช่องทางที่ผู้ให้บริการกำหนด ทั้งนี้ การถอนความยินยอมอาจส่งผลให้นักเรียนไม่สามารถใช้งานบางฟังก์ชันของแอปพลิเคชันได้ เช่น ระบบ Speech Recognition ระบบ AI Adaptive Learning หรือระบบรายงานผลรายบุคคล หากข้อมูลดังกล่าวจำเป็นต่อการให้บริการหรือการติดตามพัฒนาการ
10การใช้ Speech Recognition และขอบเขตการใช้ข้อมูลเสียง
แอปพลิเคชัน AR-AI อ่านเขียนไทย ใช้เทคโนโลยี Speech Recognition เพื่อช่วยฝึกและประเมินการอ่านออกเสียงของนักเรียน โดยอาจมีการรับ บันทึก ประมวลผล หรือวิเคราะห์เสียงอ่านของนักเรียน เพื่อประเมินความถูกต้อง ความชัดเจน ความคล่องแคล่ว จังหวะการอ่าน หรือรูปแบบข้อผิดพลาดในการอ่าน
ผู้ให้บริการจะใช้ข้อมูลเสียงของนักเรียนเฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการ การฝึกอ่าน การให้ข้อเสนอแนะ การติดตามผล และการพัฒนาประสิทธิภาพของระบบ ภายใต้ความยินยอมและมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม
ผู้ใช้งานรับทราบว่า ผลการวิเคราะห์เสียงจากระบบเป็นเพียงข้อมูลประกอบการเรียนรู้และการประเมินเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ จิตวิทยา หรือการศึกษาพิเศษโดยสมบูรณ์ และควรใช้ร่วมกับการสังเกตและการประเมินโดยครู ผู้ปกครอง หรือผู้เชี่ยวชาญ
11การใช้ AI Adaptive Learning และขอบเขตความรับผิดชอบของผลการวิเคราะห์
แพลตฟอร์ม ARAI อาจใช้เทคโนโลยี AI Adaptive Learning เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการเรียนรู้ ผลการทำกิจกรรม เสียงอ่าน รูปแบบการตอบสนอง ความก้าวหน้า และพัฒนาการด้านการอ่านและการเขียนของนักเรียน เพื่อช่วยให้ระบบสามารถปรับกิจกรรมหรือข้อเสนอแนะให้เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละคน
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานรับทราบและตกลงว่า
- ผลการวิเคราะห์จาก AI เป็นเพียงข้อมูลประกอบการพิจารณาเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ จิตวิทยา หรือการศึกษาพิเศษโดยสมบูรณ์
- ผลการวิเคราะห์อาจสะท้อนเฉพาะข้อมูลที่ระบบได้รับจากการใช้งานแพลตฟอร์ม และอาจไม่ครอบคลุมปัจจัยทั้งหมดที่มีผลต่อความสามารถด้านการอ่านและการเขียนของนักเรียน
- ครู ผู้ปกครอง หรือผู้เชี่ยวชาญควรใช้ผลการวิเคราะห์ร่วมกับการสังเกต การประเมินโดยบุคลากรที่มีความรู้ และข้อมูลบริบทของนักเรียนแต่ละคน
- ผู้ให้บริการไม่รับรองว่าผลการวิเคราะห์ ข้อเสนอแนะ หรือรายงานจากระบบจะถูกต้อง ครบถ้วน หรือเหมาะสมกับนักเรียนทุกคนในทุกสถานการณ์
- ผู้ใช้งานไม่ควรใช้ผลการวิเคราะห์จากระบบเป็นแหล่งข้อมูลเดียวในการวินิจฉัย ตัดสิน จัดประเภทนักเรียน หรือจำกัดโอกาสทางการศึกษา
- ผู้ให้บริการจะพยายามพัฒนา ปรับปรุง และตรวจสอบระบบ AI อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความคลาดเคลื่อน อคติ หรือผลกระทบที่ไม่เหมาะสมต่อนักเรียน
- หากมีการนำข้อมูลไปใช้เพื่อฝึก ปรับปรุง หรือพัฒนาโมเดล AI ผู้ให้บริการจะดำเนินการภายใต้ฐานทางกฎหมายที่เหมาะสม ขอความยินยอมเมื่อจำเป็น และใช้มาตรการลดการระบุตัวตนหรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้เท่าที่สามารถดำเนินการได้
12การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ให้บริการจะไม่ขาย แลกเปลี่ยน หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียน ผู้ปกครอง ครู หรือผู้ใช้งานแก่บุคคลภายนอกเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดที่ไม่เกี่ยวข้องกับโครงการ
อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นแก่บุคคลหรือหน่วยงานดังต่อไปนี้
- ครู ผู้ปกครอง ศึกษานิเทศก์ หรือผู้ดูแลนักเรียนที่ได้รับสิทธิการเข้าถึงตามบทบาท
- โรงเรียนเรียนรวม สถานศึกษา หรือหน่วยงานต้นสังกัดที่เข้าร่วมโครงการ
- หน่วยงานรัฐ หน่วยงานสนับสนุนทุน หรือหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ
- ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี เช่น ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ ระบบฐานข้อมูล ระบบ AR ระบบ Speech Recognition ระบบ AI ระบบวิเคราะห์ข้อมูล ระบบความปลอดภัย หรือระบบสื่อสาร
- วิทยากร ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย หรือที่ปรึกษาโครงการ เฉพาะเท่าที่จำเป็นและอยู่ภายใต้มาตรการคุ้มครองข้อมูล
- ผู้ตรวจสอบ ผู้ประเมินโครงการ หรือผู้เกี่ยวข้องกับการติดตามผลโครงการ โดยควรใช้ข้อมูลในรูปแบบรวม สรุป หรือไม่ระบุตัวตนเป็นหลัก
- ศาล พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย เมื่อมีเหตุจำเป็นหรือมีกฎหมายกำหนด
ในกรณีที่ผู้ให้บริการมอบหมายให้บุคคลภายนอกประมวลผลข้อมูลแทน ผู้ให้บริการจะจัดให้มีข้อตกลงหรือมาตรการที่เหมาะสม เพื่อกำหนดให้ผู้ประมวลผลข้อมูลดำเนินการตามคำสั่งของผู้ให้บริการ รักษาความลับ ใช้ข้อมูลเฉพาะตามวัตถุประสงค์ และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเพียงพอ
13การโอนข้อมูลไปต่างประเทศ
หากแพลตฟอร์ม ARAI ใช้บริการระบบคลาวด์ ระบบ Speech Recognition ระบบ AI ระบบวิเคราะห์ข้อมูล หรือบริการเทคโนโลยีจากผู้ให้บริการที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ หรือมีการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ผู้ให้บริการจะดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และจะจัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม เช่น การทำสัญญาคุ้มครองข้อมูล การจำกัดสิทธิการเข้าถึง การเข้ารหัสข้อมูล การลดการระบุตัวตน หรือมาตรการอื่นที่จำเป็น
14การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ให้บริการจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ของโครงการ การให้บริการแอปพลิเคชัน หรือระยะเวลาที่กฎหมาย สัญญา หรือข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด แนวทางการเก็บรักษาข้อมูลอาจเป็นดังนี้
- ข้อมูลบัญชีผู้ใช้งาน — เก็บไว้ตลอดระยะเวลาที่บัญชียังมีการใช้งาน และภายหลังสิ้นสุดการใช้งานตามระยะเวลาที่จำเป็น
- ข้อมูลผลการเรียนรู้และพัฒนาการของนักเรียน — เก็บไว้ตลอดระยะเวลาการเข้าร่วมโครงการ และภายหลังสิ้นสุดโครงการตามความจำเป็น
- ข้อมูลเสียงอ่านหรือเสียงพูดของนักเรียน — เก็บไว้เท่าที่จำเป็นต่อการประมวลผล การติดตามผล หรือการปรับปรุงบริการ และภายใต้ความยินยอมที่เกี่ยวข้อง
- ข้อมูลความยินยอม — เก็บไว้เพื่อเป็นหลักฐานตามระยะเวลาที่จำเป็น
- ข้อมูล Log และข้อมูลทางเทคนิค — เก็บไว้เท่าที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัย การตรวจสอบ และการพัฒนาระบบ
- ข้อมูลเพื่อการวิจัย สถิติ หรือรายงานผลโครงการ — ควรจัดเก็บในรูปแบบรวม สรุป นิรนาม หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้เท่าที่สามารถดำเนินการได้
เมื่อพ้นระยะเวลาการเก็บรักษา หรือเมื่อไม่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลอีกต่อไป ผู้ให้บริการจะลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ด้วยวิธีการที่เหมาะสมและปลอดภัย
15มาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
ผู้ให้บริการจะจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม โดยเฉพาะข้อมูลของนักเรียน ข้อมูลเสียง และข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว มาตรการดังกล่าวอาจรวมถึง
- การจำกัดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลตามบทบาทและหน้าที่
- การยืนยันตัวตนก่อนเข้าใช้งานระบบ
- การจัดเก็บรหัสผ่านในรูปแบบที่เข้ารหัสหรือผ่านกระบวนการรักษาความปลอดภัย
- การเข้ารหัสข้อมูลระหว่างการรับส่งข้อมูลและการจัดเก็บข้อมูลตามความเหมาะสม
- การบันทึกประวัติการเข้าใช้งานและการเข้าถึงข้อมูล
- การสำรองข้อมูลและแผนการกู้คืนระบบ
- การกำหนดมาตรการรักษาความลับกับบุคลากร ผู้ให้บริการภายนอก หรือผู้เกี่ยวข้อง
- การทบทวนและปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
- การอบรมหรือให้คำแนะนำแก่ครู ผู้ดูแลระบบ และผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลนักเรียน
- การประเมินความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน ข้อมูลเสียง ข้อมูลอ่อนไหว และการใช้ AI
- การใช้ข้อมูลในรูปแบบนิรนามหรือข้อมูลรวมเมื่อมีการจัดทำรายงาน การวิจัย หรือการประเมินผลโครงการเท่าที่สามารถดำเนินการได้
16ชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน
ผู้ใช้งานที่ได้รับบัญชีผู้ใช้งานต้องรักษาชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านไว้เป็นความลับ และไม่เปิดเผยให้บุคคลอื่นทราบ ผู้ใช้งานต้องรับผิดชอบต่อการใช้งานบัญชีของตนเองตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด
หากพบว่ามีการใช้งานบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต มีการรั่วไหลของรหัสผ่าน หรือมีเหตุผิดปกติใด ๆ ผู้ใช้งานต้องแจ้งผู้ให้บริการทันที เพื่อให้สามารถระงับ ตรวจสอบ หรือดำเนินการที่เหมาะสมต่อไป
ผู้ใช้งานตกลงว่าจะใช้บัญชีของตนเองเพื่อวัตถุประสงค์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และตามเงื่อนไขการใช้งานที่ผู้ให้บริการกำหนดเท่านั้น
17ข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้งานข้อมูลของนักเรียน
ผู้ใช้งานทุกฝ่าย โดยเฉพาะครู ผู้ปกครอง ศึกษานิเทศก์ และบุคลากรทางการศึกษา ต้องใช้ข้อมูลของนักเรียนด้วยความระมัดระวังและเคารพศักดิ์ศรีของนักเรียน โดยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้
- ใช้ข้อมูลของนักเรียนเฉพาะเพื่อการเรียนรู้ การฝึกอ่าน การฝึกเขียน การติดตามพัฒนาการ การดูแลช่วยเหลือ หรือการดำเนินโครงการเท่านั้น
- ไม่เปิดเผย ส่งต่อ คัดลอก ดาวน์โหลด หรือเผยแพร่ข้อมูลของนักเรียนต่อบุคคลภายนอกโดยไม่มีอำนาจหรือความยินยอมที่เหมาะสม
- ไม่ใช้ข้อมูลหรือผลการวิเคราะห์เพื่อการตีตรา เลือกปฏิบัติ เปรียบเทียบในทางเสียหาย หรือจำกัดโอกาสของนักเรียน
- ไม่นำเสียง รายงานผลการอ่าน รายงานผลการเขียน หรือข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียนไปใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์ การตลาด หรือการเผยแพร่สาธารณะ เว้นแต่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง
- ไม่ใช้ผลการวิเคราะห์จากระบบเป็นหลักฐานเพียงแหล่งเดียวในการวินิจฉัย ตัดสิน จัดประเภท หรือประเมินศักยภาพของนักเรียนอย่างเด็ดขาด
- แจ้งผู้ให้บริการทันทีหากพบการใช้ข้อมูลนักเรียนที่ไม่เหมาะสม หรือพบความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของข้อมูล
18การใช้คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกัน
แพลตฟอร์มอาจใช้คุกกี้หรือเทคโนโลยีที่คล้ายกันเพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ เช่น การจดจำการเข้าสู่ระบบ การรักษาความปลอดภัย การวิเคราะห์การใช้งานระบบ และการปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้งาน
ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าหรือปิดการใช้งานคุกกี้บางประเภทได้ตามช่องทางที่แพลตฟอร์มหรืออุปกรณ์กำหนด อย่างไรก็ตาม การปิดคุกกี้ที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบอาจทำให้ไม่สามารถใช้งานบางฟังก์ชันของแพลตฟอร์มได้
19การใช้ข้อมูลเพื่อการวิจัย สถิติ และการประเมินผลโครงการ
ผู้ให้บริการอาจใช้ข้อมูลจากแอปพลิเคชันเพื่อการวิจัย การประเมินผลโครงการ การจัดทำสถิติ หรือการพัฒนานโยบายด้านการศึกษาและการศึกษาพิเศษ โดยจะดำเนินการภายใต้หลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด
ในกรณีที่สามารถดำเนินการได้ ผู้ให้บริการจะใช้ข้อมูลในรูปแบบรวม สรุป นิรนาม หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อนักเรียน ผู้ปกครอง ครู หรือโรงเรียน หากมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลที่ยังสามารถระบุตัวบุคคลได้ ผู้ให้บริการจะดำเนินการเฉพาะเมื่อมีฐานทางกฎหมายที่เหมาะสม ได้รับความยินยอมที่จำเป็น หรือมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลอย่างเพียงพอ
20สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้ปกครอง/ผู้แทนโดยชอบธรรมของนักเรียน มีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอาจรวมถึงสิทธิดังต่อไปนี้
- สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล
- สิทธิขอให้เปิดเผยแหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ได้ให้ความยินยอม
- สิทธิขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และสมบูรณ์
- สิทธิขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
- สิทธิขอระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
- สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
- สิทธิขอรับหรือโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่กฎหมายรองรับ
- สิทธิถอนความยินยอม
- สิทธิร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแล หากเห็นว่ามีการประมวลผลข้อมูลไม่เป็นไปตามกฎหมาย
การใช้สิทธิดังกล่าวสามารถติดต่อได้ที่ arproject2568@gmail.com โดยผู้ให้บริการอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตนและอำนาจในการดำเนินการแทนนักเรียน ทั้งนี้ การพิจารณาคำขอจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ระยะเวลา และข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด
21การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
หากเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าข้อมูลส่วนบุคคลอาจรั่วไหล สูญหาย ถูกเข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ให้บริการจะดำเนินการตรวจสอบ ระงับเหตุ ลดผลกระทบ และแจ้งต่อหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายกำหนด
หากเหตุละเมิดดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพของนักเรียน ผู้ปกครอง หรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ผู้ได้รับผลกระทบทราบโดยไม่ชักช้า พร้อมแนวทางป้องกันหรือลดผลกระทบที่เหมาะสม
22ข้อจำกัดความรับผิดเกี่ยวกับการให้บริการแพลตฟอร์ม
ผู้ให้บริการจะใช้ความพยายามอย่างเหมาะสมในการให้บริการแพลตฟอร์ม ARAI ให้มีความถูกต้อง ปลอดภัย และพร้อมใช้งาน อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานรับทราบว่า
- แพลตฟอร์มอาจไม่สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา เนื่องจากการบำรุงรักษา เหตุขัดข้องทางเทคนิค หรือเหตุสุดวิสัย
- สื่อการเรียนรู้ ผลการวิเคราะห์เสียง ผลการวิเคราะห์จาก AI และรายงานจากระบบเป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้และการติดตามพัฒนาการ ไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์ทางการศึกษา พัฒนาการ หรือการวินิจฉัย
- ผู้ให้บริการไม่รับรองว่าผลการวิเคราะห์จะครอบคลุมทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความสามารถด้านการอ่านและการเขียนของนักเรียนแต่ละคน
- ผู้ใช้งานควรใช้ข้อมูลจากแพลตฟอร์มร่วมกับวิจารณญาณ ความเห็นของครู ผู้ปกครอง ผู้เชี่ยวชาญ และบริบทของนักเรียนแต่ละราย
- ผู้ให้บริการไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากการนำข้อมูล ผลการวิเคราะห์ หรือรายงานจากแพลตฟอร์มไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ใช้เกินขอบเขต หรือเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต
23การเชื่อมโยงกับบริการของบุคคลภายนอก
แพลตฟอร์มอาจมีการเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ ระบบคลาวด์ เครื่องมือวิเคราะห์ ระบบ AR ระบบ Speech Recognition ระบบ AI หรือบริการอื่นของบุคคลภายนอก เพื่อสนับสนุนการให้บริการ ผู้ให้บริการจะคัดเลือกและกำกับดูแลผู้ให้บริการภายนอกตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานควรศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและเงื่อนไขการให้บริการของบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องด้วย
24การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว
ผู้ให้บริการอาจแก้ไขหรือปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย เทคโนโลยี รูปแบบการให้บริการ หรือการดำเนินโครงการ
หากมีการเปลี่ยนแปลงที่มีสาระสำคัญ ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ผู้ใช้งาน ผู้ปกครอง โรงเรียน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบผ่านช่องทางที่เหมาะสม เช่น เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน อีเมล หนังสือแจ้ง หรือช่องทางของโครงการ
การที่ผู้ใช้งานยังคงใช้แพลตฟอร์มต่อไปภายหลังการเปลี่ยนแปลงนโยบาย ย่อมถือว่าผู้ใช้งานรับทราบนโยบายฉบับแก้ไขแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องขอความยินยอมใหม่ ผู้ให้บริการจะดำเนินการขอความยินยอมตามที่กฎหมายกำหนด
25ช่องทางการติดต่อ
หากผู้ใช้งาน ผู้ปกครอง หรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีคำถาม ข้อเสนอแนะ คำร้องขอใช้สิทธิ หรือข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อได้ที่
26คำรับรองของแพลตฟอร์ม ARAI
แพลตฟอร์ม ARAI มุ่งมั่นใช้เทคโนโลยี AR, Speech Recognition และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา พัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ และสนับสนุนครู ผู้ปกครอง โรงเรียนเรียนรวม และหน่วยงานทางการศึกษาอย่างมีความรับผิดชอบ
ผู้ให้บริการจะดำเนินการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียนและผู้ใช้งานทุกฝ่ายด้วยความระมัดระวัง โปร่งใส ปลอดภัย และเคารพสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยยึดหลักประโยชน์สูงสุดของนักเรียนเป็นสำคัญ